ภาคใต้ฝนตกน้ำท่วมขังระวังโรคฉี่หนูเป็นภัยใกล้ตัว

ช่วงนี้มีฝนตก น้ำท่วมขัง เดินลุยน้ำ ย่ำโคลน เสี่ยงเป็นโรคฉี่หนู ควรสวมรองเท้าบู๊ทป้องกัน หากมีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณน่อง โคนขา ให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำย่ำโคลน เพื่อรักษาให้รวดเร็ว ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ชี้หากรักษาช้า โรครุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

fitnessnews03

ช่วงนี้มีฝนตก น้ำท่วมขัง เดินลุยน้ำ ย่ำโคลน เสี่ยงเป็นโรคฉี่หนู ควรสวมรองเท้าบู๊ทป้องกัน หากมีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณน่อง โคนขา ให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำย่ำโคลน เพื่อรักษาให้รวดเร็ว ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ชี้หากรักษาช้า โรครุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แพทย์หญิงศิริลักษณ์ ไทยเจริญ  ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11  จังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวว่า ขณะนี้ในหลายพื้นที่ของภาคใต้ มีฝนตกหนักและท่วมขัง ทำให้สภาพพื้นดินเป็นดินโคลนชื้นแฉะอาจมีเชื้อก่อโรค โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู ซึ่งส่วนใหญ่พบปนอยู่ในปัสสาวะของหนู รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น สุนัข แมว โค แพะ แกะ และมักจะปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำขัง พื้นดินโคลน

หรือพื้นที่มีหนูอาศัยอยู่ ชุกชุม เช่น ตลาด คันนา สวน รวมทั้งในบ้าน เชื้อโรคผ่านเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยขีดข่วน ผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน หรือเยื่อบุตา

รวมถึงอาหารและน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน สถานการณ์โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 19 ต.ค. 2652 พบผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 270 ราย

มีผู้เสียชีวิต 3 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ 35 – 44 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 25 – 34 ปี อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือรับจ้าง รองลงมาคืออาชีพเกษตรจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือจังหวัดระนอง รองลงมาคือ พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชุมพร

แพทย์หญิงศิริลักษณ์ กล่าวเพิ่ม สำหรับอาการผู้ป่วยโรคฉี่หนู ที่พบบ่อยคือ มีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา บางรายมีอาการปวดหัว ตาแดง แต่จะมีบางส่วนซึ่งมีอาการรุนแรง เช่น มีอาการไตวาย (ปัสสาวะไม่ออก) ตับวาย (ตัวเหลือง ตาเหลือง) อาจมีอาการเหนื่อย ไอเป็นเลือด

และช็อค (ไม่รู้สึกตัว) ในคนที่มีอาการมากแล้วจึงมารักษามักจะเสียชีวิต จึงขอให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำให้ทราบ เพื่อประเมินการรักษาได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงติดโรคสูง ที่สำคัญอย่าซื้อยากินเองเพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนป้องกันตนเอง ไม่ย่ำน้ำท่วมขัง ดินโคลน พื้นที่ชื้นแฉะด้วยเท้าเปล่า ควรสวมรองเท้าบู๊ท ถุงพลาสติกสะอาด หรือวัสดุที่กันน้ำได้ ป้องกันเท้าสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง และรีบล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422