ชวนคนไทยออกวิ่ง หวังเปลี่ยนร่างกายและจิตใจ

ในวันที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนตอนเด็กๆ กับวันที่ต้องปวดไมเกรน ยิ่งอากาศเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อย หรือพาตัวเองไปอยู่ตรงที่มีฝุ่นเยอะๆ ภูมิแพ้ก็มาเยือนแบบไม่ทันรู้ตัวจนทิชชู่พกพาแทบจะหมดห่อ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฉุกคิดว่า ‘ถึงเวลาแล้วรึยัง ที่เราจะเริ่มหันมารักตัวเอง?’

ในวันที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนตอนเด็กๆ กับวันที่ต้องปวดไมเกรน ยิ่งอากาศเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อย หรือพาตัวเองไปอยู่ตรงที่มีฝุ่นเยอะๆ ภูมิแพ้ก็มาเยือนแบบไม่ทันรู้ตัวจนทิชชู่พกพาแทบจะหมดห่อ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฉุกคิดว่า ‘ถึงเวลาแล้วรึยัง ที่เราจะเริ่มหันมารักตัวเอง?’

รักตัวเอง ที่ไม่ใช่การปรุงแต่งแต่เพียงภายนอก ไม่ใช่การนึกถึงแต่ตัวเองจนลืมมองคนอื่น แต่ยังรวมถึงการเติมเต็มจากภายใน ทั้งการเติมทักษะความสามารถในส่วนต่างๆ ที่ยังขาด ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเรียนหรือสายอาชีพ ทำอาหาร เก็บเงิน การควบคุมอารมณ์และจิตใจ รวมไปถึงการดูแลสุขภาพและร่างกายของตัวเราเอง ด้วยการเริ่มออกกำลังกาย สะสมไปวันละนิดวันละหน่อย

โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ว่า คนเราควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เนื่องจากการขาดกิจกรรมทางกายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ทั้ง ความดันโลหิต เบาหวาน มะเร็งชนิดต่างๆ และโรคหัวใจ

ซึ่ง ‘การวิ่ง’ ก็เป็นหนึ่งแอคทิวิตี้ที่นอกจากจะเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นการคาร์ดิโอ เผาผลาญร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยเปลี่ยนระบบอวัยวะในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น แถมยังเป็นสิ่งที่เราๆ ต่างก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ขอแค่มีรองเท้า 1 คู่ มีพื้นที่ที่พอให้วิ่งรอบได้ คุณก็สามารถมีสุขภาพดีได้แล้ว

เว็บไซต์ thaihealthcenter.org/exhibitions/run/ ยังกล่าวถึงประโยชน์ของการวิ่งที่อิงจาก ทำไมเราจึงควรวิ่ง” womenshealththailand.com ว่า การวิ่ง เปลี่ยนร่างกายและจิตใจได้อย่างไร ไว้ดังนี้

สุขใจ >> การวิ่งกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน สารเคมีธรรมชาติ ซึ่งมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด และทำให้รู้สึกสุขสบาย

สมองดี >> นักวิจัยจากฟินแลนด์พบว่า หนูทดลองที่วิ่งเก่ง มีผลทดสอบด้านการเรียนรู้สูง และนักวิจัยคาดว่า การทดสอบในมนุษย์ก็น่าจะให้ผลแบบเดียวกัน

หัวใจฟิต >> ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอด และหัวใจทำงานดีขึ้น แถมยังช่วยลดไขมันในเลือดด้วย

ชนะภูมิแพ้ >> งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นโรคภูมิแพ้ เมื่อออกไปวิ่ง 30 นาที พบว่า อาการจาม น้ำมูกไหลลดลง 70%

เบิร์นดี >> เมื่อวิ่งแล้วจะไม่ค่อยหิว และแม้จะหยุดวิ่ง ร่างกายก็ยังคงเบิร์นพลังงานในระดับสูงกว่าปกติไปอีกหลายชั่วโมง

กระดูกแข็งแกร่ง >> พร้อมช่วยลดภาวะกระดูกพรุน

อดทนขึ้น >> การวิ่งช่วยให้มีจิตใจเข้มแข็ง สร้างระเบียบวินัยให้ตัวเอง เพราะการวิ่งให้ถึงเส้นชัยก็คือความสำเร็จเล็กๆ ที่เราสร้างเองได้ง่ายๆ

ป่วยยาก >> เพราะช่วยปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น

นอกจากนี้ เว็บไซต์ thaijoggingclub.or.th ยังแนะนำ การวิ่งอย่างไรให้ถูกท่า? เพื่อลดอาการบาดเจ็บเอาไว้ด้วย